Crescendo Lab Blog
LINE Marketing |

LINE Tag คืออะไร สำคัญอย่างไร แชร์วิธีพร้อมกลยุทธ์การติดตั้ง LINE tag

CherryNapat

แบ่งปันบทความ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ติดตาม Crescendo Lab สำหรับสาระน่ารู้ในแวดวง MarTech คลิกเลย!

เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ 👇

LINE Tag คืออะไร
ความสำคัญของกลยุทธ์ LINE Tag ต่อการตลาดยุคดิจิทัล
กำหนด LINE Tag อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?
4 ประเภท LINE Tag ที่ช่วยให้การแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ผล
- ความชอบของลูกค้า (Customer Preferences)

- ข้อมูลคุณลักษณะลูกค้าสมาชิก (Member Attributes)
-ช่องทางที่ลูกค้าเพิ่มเพื่อน (Source of Acquisition)
-ประเภทสินค้า (Product Category)

ติดตั้ง LINE Tag ต้องทำอย่างไร
ใช้เครื่องมือ MAAC เก็บและสร้าง LINE Tag อย่างมีประสิทธิภาพ 5 รูปแบบ!
ติดตั้ง LINE Tag ด้วยตัวเองแบบ manual ใน LINE
ทำไมต้อง MAAC
สรุป

LINE Tag คือ อะไร

LINE Tag เปรียบเสมือน “โพสต์อิทดิจิทัล” ที่ช่วยให้แบรนด์ติดตามและทำความเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น โดยสามารถใช้แท็กเพื่อเก็บข้อมูลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้งาน ความสนใจ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการตลาดผ่าน LINE Official Account และ LINE Ads

เครื่องมือนี้ทำงานคล้ายกับ Facebook Pixel หรือ Google Tag โดยช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามพฤติกรรมของลูกค้าบน LINE, เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน เพื่อนำข้อมูลมาปรับใช้ในการทำโฆษณาและสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น

TH LINE Tagging blog_2-image (1)

ทั้งนี้เราสามารถแบ่งประเภทของ LINE Tag ได้เป็น 4 ประเภท ไม่ว่าจะเป็นความชอบลูกค้า ข้อมูลโปรไฟล์ลูกค้าสมาชิก แหล่งที่มาลูกค้า ประเภทสินค้าที่ลูกค้าซื้อ เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าและนำข้อมูลเหล่านี้มาต่อยอดในการแบ่ง Segmentation หรือทำประโยชน์ตามกลยุทธ์การตลาดที่ทางแบรนด์วางเอาไว้

ความสำคัญของกลยุทธ์ LINE Tag ต่อการตลาดยุคดิจิทัล

  1. วัดผล Conversion ได้อย่างแม่นยำ

    LINE Tag ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้บนเว็บไซต์ เช่น การคลิก การสั่งซื้อ หรือการกรอกแบบฟอร์ม ทำให้ทราบถึงประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดและปรับปรุงได้ตรงจุด

  2. สร้าง Custom Audience และ Segmentation

    ด้วยข้อมูลที่เก็บจาก LINE Tag ธุรกิจสามารถสร้าง Custom Audience และ Segmentation เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ละเอียดขึ้น เช่น แยกตามพฤติกรรม ความสนใจ หรือระดับความพร้อมในการซื้อ ทำให้สามารถทำ การตลาดแบบ Personalization ได้ เช่น ส่งข้อความ โปรโมชั่น หรือแคมเปญที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม เพิ่มโอกาสปิดการขาย

  3. แชร์กลุ่มเป้าหมายไปยัง LINE Ads Platform

    ข้อมูลจาก Custom Audience และ Segmentation สามารถนำไปใช้กับ LINE Ads Platform เพื่อยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกลุ่มมากขึ้น ช่วยเพิ่ม Conversion และลดต้นทุนโฆษณา

  4. ให้บริการลูกค้าที่เหนือชั้นเกินคาดหมาย

    การติด LINE Tag ไม่ใช่แค่ช่วยด้านการตลาด แต่ยังช่วยให้ธุรกิจ เข้าใจลูกค้าเชิงลึก เช่น รู้ว่าลูกค้าสนใจสินค้าประเภทไหน เข้าเว็บไซต์จากช่องทางใด หรือเคยมีปัญหาอะไรมาก่อน ทำให้สามารถ ให้บริการลูกค้าได้ตรงจุด รวดเร็ว และเกินความคาดหมาย

  5. สร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อระหว่างช่องทาง (Omnichannel Experience)

    LINE Tag สามารถช่วยให้ธุรกิจติดตามและเชื่อมต่อข้อมูลลูกค้าระหว่าง ออนไลน์และออฟไลน์ เช่น หากลูกค้าเคยดูสินค้าบนเว็บ ธุรกิจสามารถใช้ LINE OA ส่งคูปองส่วนลดไปยังแชทของลูกค้าโดยอัตโนมัติ หรือหากลูกค้าซื้อสินค้าที่ร้าน ธุรกิจสามารถติดแท็กเพื่อให้บริการหลังการขายผ่าน LINE OA ได้แบบไม่มีสะดุด


กำหนด LINE Tag อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ?

ในยุคที่ต้นทุนโฆษณาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาการยิงโฆษณาแบบหว่านอีกต่อไป แต่ต้องมุ่งเน้นการ ปรับแต่งเนื้อหาและข้อเสนอให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม หรือการทำ Segmentation และ Personalization เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสในการปิดการขาย

แต่หลายธุรกิจยังเผชิญปัญหาสำคัญ เช่น

✅ รู้ว่าต้องทำการตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม แต่ไม่แน่ใจว่าควรใช้ตัวแปรอะไรในการแบ่งกลุ่ม

✅ รู้ว่าควรใช้ตัวแปรอะไร แต่ไม่สามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ธุรกิจที่เข้าใจหลักการของการแบ่งกลุ่มลูกค้า และสามารถใช้เครื่องมือช่วยจัดการอัตโนมัติ สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความผ่าน LINE ได้ถึง 5 เท่า!

การติดตั้ง LINE Tag อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากติดตั้งแบบไม่มีการวางแผน อาจทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่เป็นประโยชน์ หรือใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เรามาดู 3 หลักการในการกำหนด LINE Tag ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน และสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางการตลาดกัน!

1. ความชัดเจนของวัตถุประสงค์ LINE Tag

ก่อนติด LINE Tag ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ต้องการเก็บข้อมูลอะไร และนำไปใช้เพื่ออะไร เช่น:

ติดแท็กเพื่อติดตามพฤติกรรมลูกค้า → เช่น เพื่อให้รู้ว่าลูกค้าสนใจสินค้าประเภทไหน

ติดแท็กเพื่อวัด Conversion → เช่น วัดว่าลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าหลังจากคลิกลิงก์หรือไม่ จากลิงก์ใดมากที่สุด

ติดแท็กเพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้า (Segmentation) → เช่น ลูกค้า VIP, ลูกค้าใหม่, ลูกค้าที่สนใจโปรโมชัน

💡 Tip ! อย่าติดแท็กแบบไม่มีหลักการ เช่น ใช้แท็กที่ซ้ำซ้อนหรือติดแท็กเยอะเกินไปโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน

2. การวางแผนการติดตั้ง LINE Tag ให้ตรงจุด

📌 หากติดใน LINE OA:

  • ใช้ Tag ผู้ติดตาม ให้สอดคล้องกับแคมเปญ เช่น
  • "สนใจโปรโมชัน" → สำหรับลูกค้าที่กดดูโปรโมชัน
  • "ลูกค้าใหม่" → สำหรับลูกค้าที่เพิ่งเพิ่มเพื่อน LINE OA
  • "ขอข้อมูลสินค้า A" → สำหรับลูกค้าที่สอบถามเกี่ยวกับสินค้า

📌 หากติดบนเว็บไซต์:

  • ระบุ หน้าที่ต้องการติดตั้ง LINE Tag เช่น หน้าสินค้า, หน้าชำระเงิน, หน้าโปรโมชัน
  • กำหนด Event ที่ต้องการติดตาม เช่น การคลิกปุ่มสั่งซื้อ, การกรอกแบบฟอร์ม, การดูสินค้าหลายครั้ง

💡 Tip ! หลีกเลี่ยงการติดแท็กแบบไม่มีหมวดหมู่ เช่น ติดแท็ก “ทั่วไป” ให้ลูกค้าทุกคน ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. การทดสอบและปรับปรุง LINE Tag

แม้ว่าจะติดตั้ง LINE Tag แล้ว แต่ต้องมีการ ทดสอบและปรับปรุง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทำงานได้ถูกต้อง:

✔ ตรวจสอบว่าข้อมูลที่ได้จาก LINE Tag แม่นยำหรือไม่

✔ ดูว่าแท็กที่ติดไว้ สามารถนำไปใช้ได้จริง หรือไม่ เช่น สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ดีหรือไม่

✔ หากแท็กที่ใช้ ไม่มีประโยชน์ต่อแคมเปญ ควรปรับแท็กใหม่ให้เหมาะสม

ตัวอย่างแท็กที่ใช้งานได้จริง เช่น

🎂 แท็กวันเกิด – แบรนด์สามารถเก็บข้อมูลเดือนเกิดของลูกค้าเพื่อส่งดีลพิเศษในช่วงวันเกิด กระตุ้นยอดขายแบบเฉพาะบุคคล

เมื่อติด LINE Tag อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลได้อย่างเต็มที่ ทั้งการทำ Retargeting, Segmentation และการตลาดแบบ Personalization ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น!

4 ประเภท LINE Tag ที่ช่วยให้การแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ผล

การติดแท็กให้กับลูกค้าใน LINE Official Account ไม่ใช่ทำเพื่อเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Personalized Marketing การส่ง Broadcast Message อย่างตรงจุด หรือการปรับกลยุทธ์ LINE Ads ให้แม่นยำขึ้น

Crescendo Lab ได้รวบรวมกลยุทธ์การใช้ LINE Tag จากลูกค้ากว่า 500+ แบรนด์ พร้อมแบ่งปัน 4 ประเภท Tag ยอดนิยม ที่ใช้งานได้จริงผ่านการใช้ LINE Tag อย่างเป็นระบบ ได้แก่

TH LINE Tagging blog_2-image (1)


1. ความชอบของลูกค้า (Customer Preferences)

"ความชอบของลูกค้า" เป็นหนึ่งในตัวแปรที่สำคัญที่สุดในการบริหาร LINE OA เพราะช่วยให้ธุรกิจสามารถ ส่งข้อความที่ตรงใจลูกค้าได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งโปรโมชัน เทศกาลลดราคา หรือเปิดตัวสินค้าใหม่

แท็กประเภทนี้สามารถใช้ระบุความสนใจของลูกค้าในแง่มุมต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถส่งข้อความหรือแคมเปญที่ตรงใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมตสินค้าใหม่ หรือการแจ้งข่าวสารโปรโมชันที่ตรงกับความสนใจของแต่ละคน นอกจากนี้ ทีมบริการลูกค้ายังสามารถใช้ข้อมูลแท็กนี้เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นส่วนตัวและสร้างความประทับใจได้ดียิ่งขึ้น

ตัวอย่างการใช้งาน

👤 ลูกค้า A มีแท็ก "ชอบส่วนลดโปรโมชัน" ติดอยู่ในโปรไฟล์
📢 เมื่อลงแคมเปญ 11.11 ทีมการตลาดสามารถส่งข้อความเกี่ยวกับโปรโมชันพิเศษไปยังกลุ่มนี้ได้โดยเฉพาะ
💬 หากลูกค้า A มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสั่งซื้อ ทีมบริการลูกค้าสามารถใช้คูปองส่วนลดเป็นวิธีช่วยแก้ปัญหาและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้

ตัวอย่างแท็กที่ใช้งานได้จริง

🔹 ชอบส่วนลดและโปรโมชัน – เน้นส่งข้อความเกี่ยวกับดีลพิเศษ
🔹 ชอบลองสินค้าใหม่ – แจ้งข่าวเปิดตัวสินค้าก่อนใคร
🔹 ชอบกิจกรรมออฟไลน์ – ส่งคำเชิญเข้าร่วมอีเวนต์และเวิร์กช็อป
🔹 สนใจสินค้าจากศิลปิน/อินฟลูเอนเซอร์ – โปรโมตสินค้าที่มีการร่วมมือกับพรีเซนเตอร์🔹 ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน – เน้นสื่อสารเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การใช้ LINE Tag อย่างมีกลยุทธ์จะช่วยให้คุณสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ง่ายขึ้น!

2. ข้อมูลคุณลักษณะลูกค้าสมาชิก (Member Attributes)

"คุณลักษณะลูกค้าสมาชิก" เป็นหมวดหมู่แท็กที่มักเกิดความสับสน เนื่องจากครอบคลุมทั้งข้อมูลพื้นฐานและคุณลักษณะเฉพาะตัวของสมาชิก เช่น เดือนเกิด, ระดับสมาชิก, หรือไลฟ์สไตล์

เดิมทีการตลาดแบบแบ่งกลุ่ม (Segmentation) มักใช้ตัวแปรประชากรศาสตร์ (Demographic Variables) เช่น เพศ อายุ และที่อยู่อาศัย แต่ในยุคที่แบรนด์มุ่งเน้นการบริหารดูแลลูกค้าสมาชิกมากกว่าการซื้อโฆษณา ตัวแปรเหล่านี้อาจไม่เพียงพออีกต่อไป

ปัจจุบัน LINE OA ช่วยให้แบรนด์สามารถกำหนด แท็กสมาชิกได้อย่างยืดหยุ่นและเฉพาะเจาะจง มากขึ้น เช่น แท็ก "เดือนเกิด" สำหรับส่งโปรโมชันวันเกิด หรือแท็ก "ระดับสมาชิก" สำหรับมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าประจำ

📌 วิธีนำไปใช้

✅ หากลูกค้า B มีติด LINE tag "สมาชิกระดับ Gold" (ลูกค้าประจำที่มียอดซื้อสูง) ทีมการตลาดสามารถสร้าง โปรโมชันพิเศษสำหรับ VIP เพื่อรักษาฐานลูกค้าที่มีมูลค่าสูง
✅ ฝ่ายบริการลูกค้าสามารถจัดลำดับความสำคัญให้ลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น ให้บริการที่รวดเร็วขึ้น หรือ เสนอสิทธิประโยชน์พิเศษ

ตัวอย่าง LINE Tag ที่ใช้งานได้จริง

🔹 เดือนเกิด – ส่งดีลพิเศษในเดือนเกิดของลูกค้า
🔹 สมาชิกระดับ Gold / VIP – สร้างกิจกรรมพิเศษเฉพาะสมาชิกระดับสูง
🔹 พนักงานออฟฟิศ – โปรโมตสินค้าและบริการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของพนักงานบริษัท
🔹 คนนอนดึก (Night Owl) – ส่งโปรโมชัน Flash Sale ตอนดึก
🔹 คนมีลูก – แนะนำสินค้าหรือบริการที่เหมาะสำหรับครอบครัว

ใช้ LINE Tag เก็บข้อมูลคุณลักษณะของลูกค้าสมาชิกใน LINE OA ของคุณ จะเพิ่มความแม่นยำในการทำตลาดและสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวให้กับลูกค้า

3. ช่องทางที่ลูกค้าเพิ่มเพื่อน (Source of Acquisition)

"ช่องทางที่ลูกค้าเพิ่มเพื่อน" เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่า ลูกค้ารู้จักและเข้าถึง LINE OA ของคุณจากช่องทางใดเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็น จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

LINE tag ประเภทนี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้าและออกแบบกลยุทธ์การสื่อสารที่เหมาะสม ได้ เช่น หากลูกค้ากดเพิ่มเพื่อนจาก แคมเปญแจกสติกเกอร์ อาจแปลว่าเขายังไม่ได้สนใจสินค้าโดยตรง ทีมการตลาดจึงต้องค่อยๆ ดึงความสนใจด้วยคอนเทนต์ที่น่าสนใจแทน

📌 วิธีนำไปใช้

👤 ลูกค้า C มีติด LINE tag "มาจากบูธงานอีเวนต์"
💡 แบรนด์สามารถสันนิษฐานได้ว่า ลูกค้ารู้จักแบรนด์จากป้ายโฆษณาหรือทีมงานในบูธ แต่ยังไม่เคยเข้าเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของแบรนด์
📢 ดังนั้น การส่งข้อความแนะนำเกี่ยวกับ จุดเด่นของแบรนด์และสินค้ายอดนิยม จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจแบรนด์ได้ดีขึ้น

ตัวอย่างแท็กที่ใช้งานได้จริง

🔹 มาจากบูธงานอีเวนต์ – ส่งข้อความแนะนำสินค้าหรือแจกโค้ดส่วนลดพิเศษ
🔹 มาจากหน้าเว็บไซต์ – ติดตามพฤติกรรมการเข้าเว็บและเสนอโปรโมชันที่เกี่ยวข้อง
🔹 มาจากแคมเปญแจกสติกเกอร์ – ค่อยๆ สร้าง Engagement ผ่านคอนเทนต์ที่น่าสนใจ
🔹 มาจาก Instagram – โปรโมตสินค้าหรือแคมเปญที่สอดคล้องกับคอนเทนต์ใน IG
🔹 มาจากร้านสาขา X – เสนอโปรโมชันพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้าสาขานั้น

การติดแท็กตามช่องทางที่ลูกค้าเข้ามาจะช่วยให้คุณวางแผนการสื่อสารได้อย่างแม่นยำและเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนลูกค้าใหม่ให้กลายเป็นลูกค้าประจำ! 🚀

4. ประเภทสินค้า (Product Category)

การติดแท็กประเภทสินค้าช่วยให้แบรนด์สามารถ ส่งข้อความแนะนำสินค้าที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า ได้อย่างแม่นยำ เพิ่มโอกาสปิดการขาย และสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ราบรื่น

แท็กประเภทนี้สามารถกำหนดได้จาก พฤติกรรมการซื้อ หรือความสนใจของลูกค้า เช่น ประเภทสินค้า สี ขนาด หรือสไตล์ที่ลูกค้าเลือกซื้อเป็นประจำ

📌 วิธีนำไปใช้

👤 ลูกค้า D มีติด LINE tag "เสื้อเชิ้ตลายตาราง", "Size M", "โทนสีเข้ม"
💡 เมื่อแบรนด์ออก เสื้อเชิ้ตลายตารางสีเข้ม Size M รุ่นใหม่ สามารถส่งข้อความแนะนำ พร้อมปุ่มกดสั่งซื้อทันที ได้เลย
📢 นอกจากนั้น ยังสามารถส่งโปรโมชันพิเศษเฉพาะสินค้าหมวดนี้ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น

ตัวอย่างแท็กที่ใช้งานได้จริง

🔹 เสื้อเชิ้ตลายตาราง – แจ้งเตือนเมื่อมีคอลเลกชันใหม่ในสไตล์เดียวกัน
🔹 Size M – แนะนำสินค้าที่มีขนาดตรงกับลูกค้า ไม่ต้องเสียเวลาค้นหา
🔹 รองเท้าลำลอง – เสนอสินค้าสไตล์เดียวกันที่อาจสนใจ
🔹 สีพาสเทล – ส่งโปรโมชันหรือสินค้าใหม่ที่มีเฉดสีตรงกับความชอบ
🔹 สไตล์มินิมอล – แนะนำสินค้าในหมวดหมู่เดียวกันที่เข้ากับรสนิยม

การติด Line Tag ประเภทสินค้า ทำให้การแนะนำสินค้ามีความเป็นส่วนตัว (Personalization) มากขึ้น เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า และช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ! 🚀

ติดตั้ง LINE Tag ต้องทำอย่างไร

การติดตั้ง LINE Tag สามารถทำได้ตามนี้:

1. ใช้เครื่องมือ MAAC เก็บและสร้าง LINE Tag อัตโนมัติ 5 รูปแบบ

แม้ว่าการติดแท็กใน LINE OA หรือระบบ CRM สามารถทำได้แบบแมนนวล (Manual) แต่การติด LINE Tag ด้วยมืออาจใช้เวลามากและไม่สะดวก ในการจัดการข้อมูลจำนวนมาก

เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด MAAC (Marketing Automation & Analytics Cloud) สามารถช่วยให้การเก็บและจัดการ LINE Tag มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเสียเวลาเก็บข้อมูลเอง! เพื่อให้สามารถนำไปใช้กับแคมเปญการตลาดได้จริงโดยสามารถ:

โดย MAAC สามารถช่วยสร้างแท็กข้อมูลได้ 5 รูปแบบต่อไปนี้

📍 1.1 LINE Tag ความชอบลูกค้า – ติด LINE Tag อัตโนมัติผ่านพฤติกรรมคลิกและแบบสอบถาม

วิธีที่ 1: ติดแท็กจากการคลิกลิงก์

คุณสามารถใช้ MAAC ในการติด LINE Tag ลูกค้าอัตโนมัติจากพฤติกรรมการคลิก เช่น คลิกอ่านบทความ คลิกดูโปรโมชัน หรือคลิกสำรวจสินค้าใหม่

วิธีที่ 2: ติดแท็กจากแบบสอบถาม

MAAC สามารถเชื่อมต่อกับ SurveyCake หรือ Google Forms เพื่อเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามแล้วแปลงเป็นแท็กในระบบได้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างจากแบรนด์ NISSAN

NISSAN ไต้หวันได้ใช้แบบสอบถามเพื่อให้ลูกค้าบอกว่า สนใจรถรุ่นไหน และ MAAC จะติดแท็กข้อมูลอัตโนมัติ จากนั้นจึงส่งโปรโมชันของรถรุ่นที่ลูกค้าสนใจได้อย่างตรงจุด

image - 2025-03-19T122934.387

📍 1.2 LINE Tag คุณลักษณะลูกค้าสมาชิก – ใช้ LINE Member Binding เชื่อมต่อข้อมูลลูกค้า

วิธีที่ 3: ใช้ MAAC เชื่อมโยงข้อมูลสมาชิก

แบรนด์สามารถให้ลูกค้าผูกบัญชี LINE OA กับระบบสมาชิกของแบรนด์ได้โดยตรง เช่น อีคอมเมิร์ซ ระบบสะสมแต้ม หรือระบบ CRM เพื่อดึงข้อมูลแท็กจากฐานข้อมูลสมาชิก

📍 1.3 LINE Tag แหล่งที่มาของลูกค้า – ใช้ลิงก์ติดตามข้อมูล (Deeplink) ติดแท็กอัตโนมัติ

วิธีที่ 4: ใช้ลิงก์ติดตามข้อมูล (Deeplink) ติดแท็กอัตโนมัติ

MAAC ช่วยสร้าง Deeplink และ Tracelink เพื่อตรวจสอบว่าลูกค้ากดลิงก์มาจากช่องทางไหน เช่น โฆษณา Facebook, IG Story, หน้าเว็บไซต์ หรือ LINE QR Code และติดแท็กข้อมูลอัตโนมัติ

ตัวอย่างจาก Atmo Decor

image - 2025-03-19T123329.490

📌 เมื่อลูกค้าคลิกลิงก์จาก Ad บน Facebook → ระบบ MAAC จะติดแท็ก "มาจาก Facebook ad" และสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อประเมินประสิทธิภาพของโฆษณาจากแหล่งที่แตกต่างกันได้

📍 1.4 LINE Tag ประเภทสินค้า – ใช้ข้อมูลพฤติกรรมบนเว็บไซต์และ LINE OA

วิธีที่ 5: ใช้ GA4 (Google Analytics 4) และ LINE Rich Menu ติดแท็กข้อมูลอัตโนมัติ

📊 MAAC เชื่อมต่อ GA4 ทำให้สามารถ ติดแท็กจากพฤติกรรมการเรียกดูสินค้าบนเว็บไซต์ และ LINE Rich Menu ได้ เช่น

  • ลูกค้าเข้าชมหมวดสินค้า**"รองเท้าผ้าใบ"** บนเว็บไซต์ → ระบบจะติดแท็ก "สนใจรองเท้าผ้าใบ" และใช้สำหรับส่งโปรโมชันสินค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ลูกค้าคลิกสนใจแคมเปญโปรโมชันช่วงเทศกาลบน LINE Rich Menu → ระบบจะติดแท็ก "สนใจแคมเปญเทศกาล" และใช้สำหรับส่งโปรโมชันข้อมูลแคมเปญที่เกี่ยวข้อง

📌 ตัวอย่างจาก Click broker

image - 2025-03-19T123533.990

Click Broker ใช้ฟีเจอร์ Auto-tag ของ MAAC เพื่อติดแท็กอัตโนมัติทุกครั้งที่ลูกค้าทำแอ็กชันบน LINE OA เช่น คลิก Rich Menu หรือพิมพ์คีย์เวิร์ดในแชท ทำให้สามารถแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ แบรนด์จึงสามารถใช้ข้อมูลแท็กเหล่านี้เพื่อสร้างแคมเปญการตลาดเฉพาะบุคคล นำเสนอโปรโมชันที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

📌 ตัวอย่างจากแบรนด์ Case culture

Case culture ใช้ MAAC เพื่อติดแท็กอัตโนมัติจาก LINE Rich Menu เช่น หากลูกค้าคลิก "แคมเปญโปรโมชัน Pride month" ใน LINE Rich Menu → ระบบจะติดแท็ก "สนใจโปรโมชันเทศกาล" และจากนั้นฟีเจอร์ Smart Customer Jouney จะส่งข้อมูลโปรโมชันในแคมเปญส่วนลดตามเทศกาลต่างๆ

2. ติดตั้ง LINE Tag ด้วยตัวเองแบบ Manual ใน LINE

  1. สร้าง LINE Tag ใน LINE OA แบบแมนนวล: เข้าสู่ระบบ LINE Official Account Manager และสร้าง LINE Tag ที่ต้องการ
  2. ติด tag บนเว็บไซต์: นำโค้ดที่ได้จาก LINE Official Account Manager ไปวางในส่วน <head> ของหน้าเว็บไซต์ หรือแอปฯที่ต้องการติดตามข้อมูล
  3. ทดสอบการทำงาน: ตรวจสอบว่า LINE Tag ทำงานถูกต้องโดยการทดสอบการเข้าชมและตรวจสอบข้อมูลใน LINE OA

ดูวิดีโอจาก LINE : 

 

ทำไมต้องใช้ MAAC?

✅ ลดเวลาติดแท็กแบบแมนนวล – แทนที่จะต้องทำมือ MAAC สามารถทำให้ทุกอย่างเป็นอัตโนมัติ

✅ ปรับแต่งแคมเปญได้แม่นยำขึ้น – ส่งข้อความโปรโมชันหรือสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

✅ เพิ่มประสิทธิภาพการตลาด – ใช้ข้อมูลที่แม่นยำเพื่อปรับปรุง ROI และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

🚀 เริ่มใช้ MAAC เพื่อสร้างแท็กแบบอัตโนมัติ และยกระดับการตลาดของคุณวันนี้!

สรุป

LINE Tag เป็นเครื่องมือสำคัญในการตลาดผ่าน LINE OA ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ดีขึ้น สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวางกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งกลุ่มลูกค้า การส่งข้อความแบบ Personalized หรือการสร้าง Custom Audience สำหรับยิงโฆษณาบน LINE Ads Platform

สำหรับธุรกิจที่ต้องการ เก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ ควรเริ่มต้นติดตั้ง LINE Tag อย่างถูกต้อง และเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดอย่าง MAAC เพื่อช่วยจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากคุณต้องการเพิ่มยอดขายและสร้างกลยุทธ์การตลาดบน LINE OA อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Crescendo Lab ช่วยวางกลยุทธ์แท็กที่เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ

 

สนใจเครื่องมือเทคโนโลยีการตลาด MarTech เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ LINE OA ของคุณ ปรึกษาทีมงานฟรี!